การเก็บกู้สารเคมีหกรั่วไหล

การเก็บกู้สารเคมีหกรั่วไหลในสถานประกอบการ

เมื่อเกิดเหตุสารเคมีรั่วไหลในสถานประกอบการ ควรปฏิบัติตาม 6 ขั้นตอนนี้เพื่อความปลอดภัย:

    1. ประเมินสถานการณ์

      ตรวจสอบให้แน่ใจว่าเหตุการณ์เป็นสารเคมีที่มีอันตราย และระบุชนิดของสารเคมีที่รั่วไหล รวมถึงการประเมินสภาพแวดล้อม เช่น ความเร็วลม สภาพอากาศ เพื่อประเมินการกระจายตัวของสารเคมีในพื้นที่

     2. แจ้งเตือนและอพยพ

       ใช้สัญญาณเตือนภัยที่เหมาะสม เช่น สัญญาณเสียง หรือการแจ้งเตือนผ่านระบบอัตโนมัติ ประกาศให้พนักงานและบุคคลในพื้นที่ทราบให้รีบอพยพออกจากบริเวณอันตรายอย่างรวดเร็วและปลอดภัย

     3. สวมชุดป้องกันและอุปกรณ์

        ผู้ที่ต้องเข้าไปในพื้นที่ที่มีสารเคมีรั่วไหลต้องสวมชุดป้องกันสารเคมี รวมถึงหน้ากากป้องกันระบบทางเดินหายใจ ถุงมือและรองเท้าที่มีความทนทานต่อสารเคมีนั้น

     4. หยุดหรือจำกัดการกระจายสารเคมี

         หากสามารถทำได้อย่างปลอดภัย ให้พยายามหยุดการรั่วไหล เช่น ปิดวาล์ว หรือยกเลิกการไหลของสารเคมี เพื่อลดปริมาณการรั่วไหลที่เกิดขึ้น

      5. รายงานเหตุการณ์

         แจ้งเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง เช่น ทีมจัดการเหตุฉุกเฉิน หน่วยงานควบคุมสารเคมี หรือหน่วยดับเพลิง และให้ข้อมูลที่เกี่ยวข้องอย่างครบถ้วน

       6. ทำการบำบัดและทำความสะอาด

         หลังจากที่ทำการอพยพและจัดการสารเคมีที่รั่วไหลแล้ว ควรทำการบำบัดและทำความสะอาดพื้นที่ด้วยวิธีที่เหมาะสม โดยใช้วิธีการตามข้อกำหนดและมาตรฐานความปลอดภัย เช่น การใช้สารเคมีที่เหมาะสมในการกำจัดสารเคมีที่รั่วไหล

การปฏิบัติตามขั้นตอนเหล่านี้จะช่วยลดความเสี่ยงและอันตรายที่อาจเกิดขึ้นจากการรั่วไหลของสารเคมีในสถานประกอบการได้.

การจัดการสารเคมีหกรั่วไหล (กรณีไม่รุนแรง - Minor Spill)
1. แจ้งผู้ที่อยู่ในบริเวณทราบ
เพื่อให้บุคคลในพื้นที่เตรียมพร้อมและหลีกเลี่ยงความเสี่ยง

2. หลีกเลี่ยงการสูดดมไอ/แก๊ส
โดยเฉพาะบริเวณใกล้จุดรั่วไหล ควรอยู่เหนือลม และไม่ใช้แรงพัดหรือเป่ากระจาย

3.สวมใส่ PPE ที่เหมาะสม
เช่น ถุงมือ, แว่นตานิรภัย, หน้ากากกันสารเคมี, ชุดกันสารเคมี เพื่อป้องกันการสัมผัส

4. จำกัดพื้นที่การรั่วไหลให้อยู่ในวงแคบ
กั้นบริเวณด้วยกรวย, เทป, หรือป้ายเตือน ห้ามผู้ไม่เกี่ยวข้องเข้า

5. ใช้วัสดุทำลายฤทธิ์ / ดูดซับ
กรณีเป็นกรดหรือเบส ใช้วัสดุทำลายฤทธิ์ให้เป็นกลาง
จากนั้นใช้วัสดุดูดซับ เช่น ผงดูดซับ, ทราย, หรือกระดาษซับ

6. เก็บใส่ภาชนะของเสียที่เหมาะสม
วางฉลากชัดเจน “ของเสียอันตราย” หรือ “สารเคมีใช้แล้ว”
7.ทำความสะอาดพื้นที่
ด้วยน้ำและสารทำความสะอาดที่ไม่เกิดปฏิกิริยากับสารที่หก
ตรวจสอบความปลอดภัยก่อนให้บุคคลทั่วไปเข้าพื้นที่

หมายเหตุ:
ทุกขั้นตอนควรดำเนินการโดยผู้ผ่านการฝึกอบรม
รายงานเหตุการณ์ตามระบบความปลอดภัยภายในองค์กร

ข้อสำคัญในการฝึกซ้อมการเก็บกู้สารเคมีอันตราย 

ข้อสำคัญในการฝึกซ้อมการเก็บกู้สารเคมีอันตราย ควรเน้น “ปลอดภัยก่อน เก็บกู้ทีหลัง” โดยมีประเด็นหลักดังนี้ครับ

1.รู้ชนิดสารเคมีก่อนเข้าพื้นที่
ตรวจชื่อสารเคมี ฉลาก สัญลักษณ์อันตราย SDS/เอกสารความปลอดภัย หรือเลข UN ถ้ามี เพื่อรู้ว่าสารนั้นติดไฟ กัดกร่อน เป็นพิษ ระเหยง่าย หรือทำปฏิกิริยากับน้ำหรือไม่ แหล่งข้อมูลอย่าง NIOSH Pocket Guide ใช้ดูข้อมูลอันตรายของสารเคมีในสถานที่ทำงานได้
2.เข้าพื้นที่จากด้านเหนือลมเสมอ
ทีมกองอำนวยการ จุดรวมพล รถพยาบาล และผู้สังเกตการณ์ ควรอยู่ ทิศเหนือลม / ที่สูงกว่า / ต้นน้ำ เพื่อหลีกเลี่ยงไอระเหย ควัน หรือสารเคมีไหลผ่าน คู่มือ ERG 2024 แนะนำให้เข้าพื้นที่อย่างระมัดระวังจากด้านเหนือลม ที่สูงกว่า หรือด้านต้นน้ำ
3.แบ่งพื้นที่ให้ชัดเจน
ควรกำหนด
Hot Zone = พื้นที่ปนเปื้อน/อันตราย
Warm Zone = จุดล้างตัว/ถอดอุปกรณ์ปนเปื้อน
Cold Zone = กองอำนวยการ จุดพยาบาล จุดรวมพล
OSHA ระบุว่าแผนรับมือสารอันตรายควรรวมเรื่องการควบคุมพื้นที่ การล้างปนเปื้อน แผนฉุกเฉิน และการควบคุมการรั่วไหล
4.กำหนดบทบาทหน้าที่ชัดเจน
เช่น ผู้บัญชาการเหตุการณ์, ทีมประเมินสาร, ทีมเก็บกู้, ทีมปิดกั้นพื้นที่, ทีมพยาบาล, ทีมสื่อสาร, ทีมจดบันทึกเวลา และทีมประสานหน่วยงานภายนอก
5.ใช้อุปกรณ์ PPE ให้เหมาะกับสารเคมี
ต้องเลือกถุงมือ ชุดป้องกัน หน้ากาก/เครื่องช่วยหายใจ แว่นครอบตา และรองเท้าให้ตรงกับความเสี่ยงของสารนั้น ๆ ไม่ควรใช้ PPE แบบเดาสุ่ม เพราะสารบางชนิดทะลุผ่านวัสดุบางประเภทได้ OSHA ระบุว่า PPE ต้องมีการเลือกใช้ การฝึกใช้ การดูแล การเก็บรักษา การล้างปนเปื้อน และการทิ้งอย่างเหมาะสม
6.ซ้อมการสื่อสารให้เป็นระบบ
ใช้วิทยุ/โทรศัพท์/สัญญาณมือให้เข้าใจตรงกัน มีคำสั่งสั้น ชัดเจน เช่น “หยุดปฏิบัติการ”, “อพยพ”, “พบผู้บาดเจ็บ”, “พบสารรั่วเพิ่ม” และต้องมีช่องทางติดต่อหน่วยงานภายนอก เช่น 1669, ดับเพลิง, ปภ., หน่วย HazMat หรือผู้เชี่ยวชาญ
7.
ต้องซ้อมการกันคนไม่เกี่ยวข้องออกจากพื้นที่ การตั้งแนวกั้น การกำหนดจุดรวมพล และการตรวจนับจำนวนคนให้ครบ
8.ฝึกการควบคุมการรั่วไหลอย่างปลอดภัย
เช่น การปิดแหล่งรั่วถ้าทำได้อย่างปลอดภัย การใช้วัสดุดูดซับ การทำคันกั้น การป้องกันสารไหลลงท่อระบายน้ำ และต้องไม่ใช้น้ำหรือสารดูดซับผิดประเภท โดยเฉพาะสารไวไฟ สารออกซิไดซ์ หรือสารที่ทำปฏิกิริยากับน้ำ
9.มีจุดล้างปนเปื้อนก่อนออกจากพื้นที่เสมอ
ผู้ปฏิบัติงาน อุปกรณ์ และผู้บาดเจ็บต้องผ่านจุดล้างปนเปื้อนก่อนออกจากพื้นที่ Warm Zone เพื่อลดการนำสารเคมีออกไปปนเปื้อนพื้นที่ปลอดภัย
10.เตรียมการปฐมพยาบาลและส่งต่อผู้บาดเจ็บ
ต้องรู้วิธีช่วยเหลือเบื้องต้น เช่น ล้างตา ล้างผิวหนัง ถอดเสื้อผ้าที่ปนเปื้อน เคลื่อนย้ายผู้บาดเจ็บโดยไม่ให้ทีมช่วยเหลือปนเปื้อนเพิ่ม และแจ้งข้อมูลสารเคมีให้โรงพยาบาลทราบ
11.จัดการของเสียหลังเก็บกู้
วัสดุดูดซับ ถุงมือ ชุด PPE และภาชนะที่ปนเปื้อนต้องเก็บใส่ภาชนะที่เหมาะสม ติดฉลาก และส่งกำจัดตามประเภทของเสียอันตราย ห้ามทิ้งรวมกับขยะทั่วไป
12.สรุปบทเรียนหลังฝึกซ้อม
หลังซ้อมควรประชุมทบทวนว่าอะไรทำได้ดี อะไรล่าช้า PPE เพียงพอไหม สื่อสารชัดไหม จุดกองอำนวยการอยู่ถูกทิศเหนือลมหรือไม่ และปรับแผนฉุกเฉินให้ดีขึ้น

สรุปสั้น ๆ คือการฝึกซ้อมควรมีครบ 5 เรื่องหลัก: รู้สาร — กั้นพื้นที่ — อยู่เหนือลม — ใส่ PPE ถูกต้อง — ล้างปนเปื้อนก่อนออกจากพื้นที่ ครับ.

Visitors: 670,690