พฤติกรรมเสี่ยงจากการไม่ปฏิบัติตามขั้นตอนการทำงาน

ความเสี่ยงด้านขั้นตอนการทำงาน

ขั้นตอนการทำงานที่ปลอดภัยต้อง มีให้ใช้ เขียนถูกต้อง เป็นปัจจุบัน สอนให้เข้าใจ และปฏิบัติได้จริง หากขาดข้อใดข้อหนึ่ง พนักงานอาจทำงานผิดลำดับ ข้ามจุดควบคุมอันตราย หรือแก้ปัญหาด้วยวิธีที่ไม่ปลอดภัย

ควรแยกให้ชัดว่า การไม่มีขั้นตอน ขั้นตอนผิดหรือล้าสมัย และไม่มีการสอนงาน เป็นข้อบกพร่องของระบบงาน ส่วนการข้ามหรือไม่ทำตามขั้นตอนเป็นพฤติกรรมที่สังเกตได้ ทั้งสองส่วนต้องได้รับการแก้ไขร่วมกัน

1. ไม่มีขั้นตอนการทำงาน

พนักงานอาศัยความเคยชินหรือคำบอกต่อ ทำให้แต่ละคนทำต่างกัน และอาจไม่ทราบจุดอันตรายที่ต้องควบคุม

ตัวอย่าง: งานแก้สินค้าติดสายพานไม่มีวิธีปฏิบัติที่ชัดเจน บางคนหยุดเรียกหัวหน้า แต่บางคนยื่นมือเข้าไปดึงทันที

แนวทางสังเกต

  • มีขั้นตอนสำหรับงานนั้นให้เข้าถึงได้หรือไม่?
  • พนักงานอธิบายวิธีทำงานและเงื่อนไขที่ต้องหยุดได้ตรงกันหรือไม่?
  • งานผิดปกติหรืองานที่ทำไม่บ่อย มีแนวทางรองรับหรือไม่?

แนวทางปรับปรุง: ให้ผู้ปฏิบัติงานและผู้รับผิดชอบร่วมกันกำหนดขั้นตอน ระบุอันตราย จุดตรวจ และผู้มีหน้าที่ให้ชัดเจน ก่อนอนุมัตินำไปใช้

2. ขั้นตอนเขียนผิดหรือไม่ชัดเจน

เอกสารอาจเรียงลำดับผิด ตกหล่นขั้นตอนสำคัญ หรือใช้คำกว้าง ๆ จนตีความต่างกัน

ตัวอย่าง: ระบุเพียง “ตรวจความปลอดภัยก่อนเปิดเครื่อง” แต่ไม่บอกว่าต้องตรวจอะไร และเมื่อพบข้อบกพร่องต้องทำอย่างไร

แนวทางสังเกต

  • ข้อความและภาพตรงกับเครื่องมือและงานจริงหรือไม่?
  • ระบุวิธีทำ จุดตรวจ และเกณฑ์ตัดสินใจชัดเจนหรือไม่?
  • มีขั้นตอนใดที่ทำตามแล้วเพิ่มความเสี่ยงหรือทำไม่ได้จริงหรือไม่?

แนวทางปรับปรุง: ตรวจสอบกับหน้างาน ทดลองภายใต้การควบคุมที่เหมาะสม และให้ผู้รับผิดชอบตรวจอนุมัติ ใช้ภาษาสั้น ชัดเจน พร้อมภาพเมื่อช่วยให้เข้าใจได้ง่ายขึ้น

3. ขั้นตอนไม่เป็นปัจจุบัน

มีการเปลี่ยนเครื่องจักร วัสดุ ผังพื้นที่ หรือวิธีทำงาน แต่เอกสารยังเป็นฉบับเดิม ทำให้ข้อมูลไม่ตรงกับสภาพปัจจุบัน

ตัวอย่าง: เปลี่ยนเครื่องจักรใหม่แล้ว แต่คู่มือยังแสดงปุ่มควบคุมและจุดตัดพลังงานของเครื่องเก่า

แนวทางสังเกต

  • เอกสารที่หน้างานเป็นฉบับที่อนุมัติให้ใช้อยู่หรือไม่?
  • ข้อมูลตรงกับอุปกรณ์และวิธีทำงานปัจจุบันหรือไม่?
  • ยังมีฉบับเก่าวางปะปน หรือพนักงานใช้ภาพถ่ายคู่มือเก่าหรือไม่?

แนวทางปรับปรุง: ทบทวนขั้นตอนเมื่อมีการเปลี่ยนแปลง ควบคุมฉบับเอกสาร ถอนฉบับเก่าจากจุดใช้งาน และชี้แจงสิ่งที่เปลี่ยนก่อนเริ่มใช้วิธีใหม่

4. ไม่มีการสอนงานหรือไม่ตรวจความเข้าใจ

การส่งเอกสารให้อ่านหรือให้เซ็นรับทราบเพียงอย่างเดียว ยังไม่ยืนยันว่าพนักงานทำงานได้อย่างปลอดภัย

ตัวอย่าง: ให้พนักงานใหม่ใช้เครื่องมือโดยดูเพื่อนทำเพียงครั้งเดียว แล้วปล่อยให้ทำเองโดยไม่มีการประเมิน

แนวทางสังเกต

  • มีผู้สอนและเนื้อหาที่ตรงกับงานหรือไม่?
  • พนักงานได้ดูการสาธิตและทดลองทำภายใต้การดูแลหรือไม่?
  • อธิบายจุดอันตราย วิธีหยุดงาน และวิธีแจ้งเหตุได้หรือไม่?
  • มีการประเมินก่อนอนุญาตให้ทำงานเองหรือไม่?

แนวทางปรับปรุง: ใช้ลำดับ “อธิบาย — สาธิต — ให้ลองทำ — ประเมิน — ติดตาม” และสอนเพิ่มเติมเมื่องานเปลี่ยนหรือยังพบความเข้าใจคลาดเคลื่อน

5. ไม่ปฏิบัติตามหรือจงใจฝ่าฝืนขั้นตอน

ตัวอย่างเช่น ข้ามการตรวจ ลัดขั้นตอน ไม่จับยึดชิ้นงาน หรือข้ามระบบป้องกันเพื่อให้งานเสร็จเร็วขึ้น

อย่างไรก็ตาม อย่าด่วนสรุปว่าจงใจฝ่าฝืนจากการเห็นเพียงครั้งเดียว ต้องตรวจว่าพนักงานเข้าใจขั้นตอนหรือไม่ อุปกรณ์พร้อมหรือไม่ และมีข้อจำกัดหรือแรงกดดันใดอยู่เบื้องหลัง

แนวทางสังเกต

  • การกระทำต่างจากขั้นตอนที่กำหนดอย่างไร?
  • พนักงานรู้และเข้าใจขั้นตอนนั้นหรือไม่?
  • มีเครื่องมือ เวลา และพื้นที่เพียงพอให้ทำตามหรือไม่?
  • เคยได้รับคำสั่งหรือเห็นผู้อื่นทำแบบลัดขั้นตอนจนเป็นเรื่องปกติหรือไม่?

แนวทางปรับปรุง: หยุดกิจกรรมที่ไม่ปลอดภัย พูดคุยหาสาเหตุ แก้อุปสรรค และยืนยันวิธีทำงานที่ถูกต้อง หากตรวจยืนยันว่าเข้าใจ มีความพร้อม แต่ยังจงใจฝ่าฝืน ให้หัวหน้างานดำเนินการตามระบบของหน่วยงานอย่างเป็นธรรมและติดตามผล

แนวทางสังเกตหน้างานให้ทำได้จริง

คำถามหลักสิ่งที่ต้องตรวจ
มีขั้นตอนหรือไม่? มีวิธีทำงานที่อนุมัติและเข้าถึงได้
เขียนถูกและชัดหรือไม่? ตรงกับงาน ระบุลำดับและจุดควบคุมอันตราย
เป็นฉบับปัจจุบันหรือไม่? ตรงกับเครื่องมือและสภาพงาน ไม่มีฉบับเก่าปะปน
สอนและทำได้หรือไม่? ได้ฝึกปฏิบัติและประเมินความสามารถ
ปฏิบัติจริงหรือไม่? ทำครบขั้นตอน และทราบว่าเมื่อใดต้องหยุด

บันทึก ข้อกำหนด — สิ่งที่เห็น — สาเหตุหรืออุปสรรค — ผู้รับผิดชอบแก้ไข — วันติดตาม เช่น “ขั้นตอนกำหนดให้จับยึดชิ้นงานก่อนเจาะ แต่พนักงานใช้มือจับ เพราะอุปกรณ์จับยึดชำรุด” จึงต้องจัดหาอุปกรณ์ที่พร้อมใช้ควบคู่กับการทบทวนวิธีทำงาน

Visitors: 700,851