พฤติกรรมเสี่ยงด้านการยศาสตร์และท่าทางการทำงาน

พฤติกรรมเสี่ยงด้านการยศาสตร์และท่าทางการทำงาน

การยศาสตร์ คือ การจัดงาน เครื่องมือ และพื้นที่ให้เหมาะกับผู้ปฏิบัติงาน เพื่อให้ทำงานได้สะดวกและลดภาระต่อร่างกาย

พฤติกรรมเสี่ยงด้านการยศาสตร์ เช่น ผลัก ดัน ดึง เอื้อม หรือยกโดยใช้แรงมากเกินไป รวมถึงก้ม บิดตัว และทำท่าเดิมเป็นเวลานาน อาจทำให้เกิดความล้า ปวดเมื่อย หรือบาดเจ็บที่กล้ามเนื้อและข้อต่อ โดยอาจเกิดทันทีหรือสะสมจากการทำงานซ้ำ ๆ

การสังเกตจึงต้องดูทั้ง การเคลื่อนไหวของพนักงาน น้ำหนักและลักษณะสิ่งของ เครื่องมือ และพื้นที่ทำงาน เพื่อค้นหาสาเหตุและแก้ไขได้ตรงจุด

1. ผลัก ดัน หรือดึง โดยใช้แรงมากเกินไป

ตัวอย่างเช่น ดันรถเข็นที่บรรทุกมาก ล้อติดขัด หรือเข็นผ่านพื้นต่างระดับ ทำให้ต้องออกแรงกระชากหรือใช้ทั้งตัวช่วยดัน

แนวทางการสังเกต

  • ต้องโน้มตัวมาก เกร็งไหล่ หรือกระชากหลายครั้งเพื่อให้สิ่งของเคลื่อนที่หรือไม่?
  • รถเข็นมีล้อฝืด ชำรุด หรือบรรทุกจนควบคุมยากหรือไม่?
  • เส้นทางมีสิ่งกีดขวาง พื้นขรุขระ หรือทางลาดหรือไม่?
  • พนักงานมองเห็นเส้นทางและหยุดรถได้อย่างมั่นคงหรือไม่?

พฤติกรรมปลอดภัยที่ต้องการ: ตรวจรถเข็นและเส้นทางก่อนใช้ ลดน้ำหนักบรรทุกให้อยู่ในเกณฑ์ และใช้เครื่องช่วยที่เหมาะสม หากต้องออกแรงมากผิดปกติให้หยุดตรวจหาสาเหตุ

2. เอื้อมไกล หรือเอื้อมเหนือศีรษะ

ตัวอย่างเช่น หยิบกล่องจากชั้นสูงโดยยืนเขย่ง หรือเอื้อมข้ามโต๊ะจนแขนเหยียดสุดและลำตัวเสียสมดุล

แนวทางการสังเกต

  • ต้องยกไหล่ เหยียดแขนสุด หรือเขย่งเท้าเพื่อหยิบของหรือไม่?
  • สิ่งของอยู่ห่างลำตัวจนต้องโน้มตัวมากหรือไม่?
  • มีการปีนชั้นวางหรือใช้กล่องแทนอุปกรณ์ขึ้นที่สูงหรือไม่?
  • ของที่หยิบบ่อยอยู่ในตำแหน่งที่เข้าถึงได้สะดวกหรือไม่?

พฤติกรรมปลอดภัยที่ต้องการ: จัดของที่ใช้บ่อยให้อยู่ใกล้ตัว ใช้อุปกรณ์ขึ้นที่สูงที่เหมาะสม และใช้อุปกรณ์ช่วยหยิบหรือยกสำหรับของหนักบนชั้นสูง

3. ยกหรือวางสิ่งของเกินกำลัง

ความเสี่ยงไม่ได้ขึ้นอยู่กับน้ำหนักเพียงอย่างเดียว แต่รวมถึงขนาด การจับยึด ระยะห่างจากลำตัว ความสูงที่ยก และจำนวนครั้งที่ทำด้วย

ตัวอย่างเช่น ยกกล่องใหญ่จนมองไม่เห็นทาง ยกของจากพื้นซ้ำ ๆ หรือฝืนยกทั้งที่จับไม่มั่นคง

แนวทางการสังเกต

  • มีการประเมินน้ำหนัก จุดจับ และเส้นทางก่อนยกหรือไม่?
  • ต้องกระชาก กลั้นหายใจ หรือเกร็งตัวมากขณะยกหรือไม่?
  • ถือของห่างลำตัว หรือสิ่งของบดบังการมองเห็นหรือไม่?
  • ยกของพร้อมบิดเอว หรือวางของลงอย่างควบคุมไม่ได้หรือไม่?

พฤติกรรมปลอดภัยที่ต้องการ: ใช้อุปกรณ์ช่วยยก ลดขนาดหรือแบ่งสิ่งของเมื่อทำได้ และขอความช่วยเหลือตามวิธีทำงานที่กำหนด เมื่อจำเป็นต้องยกด้วยมือ ให้จับมั่นคง รักษาสิ่งของใกล้ลำตัว และขยับเท้าเพื่อเปลี่ยนทิศทางแทนการบิดเอว

4. ทำงานในท่าฝืนธรรมชาติ

หมายถึง ท่าที่ข้อต่อต้องเบี่ยงจากแนวที่สบาย เช่น ก้มหลังมาก บิดเอว เอียงคอ ยกไหล่ หรือหักข้อมือต่อเนื่อง

ตัวอย่างเช่น ก้มคัดแยกสินค้าที่พื้น บิดตัวหยิบของด้านหลัง หรือใช้เครื่องมือที่ทำให้ข้อมืองออยู่ตลอดเวลา

แนวทางการสังเกต

  • คอ หลัง หรือข้อมืออยู่ในท่าฝืนต่อเนื่องหรือไม่?
  • โต๊ะทำงานต่ำหรือสูงจนต้องก้มหลังหรือยกไหล่หรือไม่?
  • ต้องบิดตัวไปมาเพราะตำแหน่งวางของไม่เหมาะสมหรือไม่?
  • สามารถขยับเข้าใกล้งานหรือเปลี่ยนท่าได้สะดวกหรือไม่?

พฤติกรรมปลอดภัยที่ต้องการ: ปรับระดับโต๊ะและตำแหน่งงานให้เหมาะ ใช้แท่นยกหรืออุปกรณ์จับยึด และจัดวางสิ่งของให้หยิบได้โดยไม่ต้องก้มหรือบิดตัวมาก

5. ทำงานซ้ำ ๆ หรือค้างท่าเดิมเป็นเวลานาน

ตัวอย่างเช่น แพ็กสินค้า ขันสกรู สแกนสินค้า หรือยืนตรวจงานในตำแหน่งเดิมต่อเนื่อง โดยแทบไม่มีโอกาสเปลี่ยนท่า

แนวทางการสังเกต

  • ใช้มือ แขน หรือไหล่เคลื่อนไหวแบบเดิมต่อเนื่องหรือไม่?
  • ต้องกำเครื่องมือแน่นหรือออกแรงซ้ำบ่อยหรือไม่?
  • ยืนหรือนั่งค้างท่าเดิมโดยเปลี่ยนอิริยาบถได้น้อยหรือไม่?
  • พนักงานเริ่มสะบัดมือ นวดไหล่ หรือขยับตัวเพื่อบรรเทาความเมื่อยหรือไม่?

พฤติกรรมปลอดภัยที่ต้องการ: จัดจังหวะงานให้มีโอกาสเปลี่ยนท่า พักสั้นตามความเหมาะสม และสลับไปทำงานที่ใช้กล้ามเนื้อต่างกัน พร้อมปรับเครื่องมือเพื่อลดแรงและการเคลื่อนไหวซ้ำ

แนวทางสังเกตหน้างานให้ทำได้จริง

ให้สังเกตงานตลอดหนึ่งรอบการทำงาน และดูเพิ่มเติมในช่วงที่งานหนักหรือมีความถี่สูง โดยใช้คำถามง่าย ๆ 5 ข้อ

คำถามสิ่งที่ควรมองหา
แรงมากหรือไม่? กระชาก เกร็ง ดันไม่ไป หรือควบคุมสิ่งของลำบาก
ท่าฝืนหรือไม่? ก้ม บิด เอื้อมไกล ยกไหล่ หรือหักข้อมือ
ทำซ้ำบ่อยหรือไม่? ใช้ส่วนเดิมของร่างกายเคลื่อนไหวซ้ำต่อเนื่อง
ค้างท่านานหรือไม่? อยู่ท่าเดิมและมีโอกาสเปลี่ยนท่าน้อย
มีอะไรทำให้ต้องฝืน? ของหนัก ชั้นสูง โต๊ะไม่พอดี รถเข็นชำรุด หรือพื้นที่แคบ

บันทึก งานที่ทำ ท่าที่พบ ความถี่หรือระยะเวลาที่สังเกต และอุปสรรค ให้ชัดเจน เช่น “พนักงานก้มยกกล่องจากพื้นขึ้นโต๊ะซ้ำหลายครั้ง เพราะไม่มีแท่นรองสินค้า” จะช่วยให้แก้ไขได้ตรงจุดกว่าการบันทึกเพียงว่า “ยกผิดท่า”

เมื่อพบความเสี่ยง ควรพูดคุยกับพนักงาน เช่น “ช่วงไหนต้องออกแรงมากที่สุด?” “มีส่วนไหนเมื่อยหรือไม่สบาย?” และ “อุปกรณ์อะไรจะช่วยให้งานเบาลง?” แล้วร่วมกันปรับงาน หากควบคุมสิ่งของไม่ได้หรือมีอาการเจ็บ ให้หยุดกิจกรรมนั้นและแจ้งผู้รับผิดชอบตามขั้นตอน

จำง่าย: “ลดแรง ลดเอื้อม ลดก้มบิด ลดงานซ้ำ และเปลี่ยนท่า” โดยเน้นปรับงานและอุปกรณ์ให้เหมาะกับคน ควบคู่กับการแนะนำวิธีทำงานที่ปลอดภัย

Visitors: 700,851