หลักสูตร “การลดความสูญเปล่า 7 ประการ (7 Wastes) ด้วยการมีส่วนร่วมของพนักงาน”

หลักสูตร “การลดความสูญเปล่า 7 ประการ (7 Wastes) ด้วยการมีส่วนร่วมของพนักงาน”
ระยะเวลา: 6 ชั่วโมง (09.00 – 16.00 น.)
กลุ่มเป้าหมาย: พนักงานทุกระดับ / หัวหน้างาน / ทีมปรับปรุงงาน
รูปแบบ: บรรยาย + Workshop + ระดมสมอง + ตัวอย่างจากงานจริง
1. หลักการและเหตุผล (พร้อมตัวอย่าง)
ในกระบวนการทำงานประจำวัน มักมีความสูญเปล่าที่พนักงานคุ้นชินจนมองไม่เห็น เช่น การเดินหยิบของซ้ำ ๆ การรออนุมัติเอกสาร หรือการทำงานซ้ำเพราะข้อมูลผิดพลาด ซึ่งความสูญเปล่าเหล่านี้ส่งผลให้ต้นทุนเพิ่มขึ้นโดยไม่สร้างคุณค่า
ตัวอย่าง:
* พนักงานผลิตต้องรอวัตถุดิบวันละ 20 นาที → เสียเวลาการผลิต
* แผนกเอกสารต้องแก้ไขฟอร์มซ้ำหลายรอบ → เสียแรงงานและเวลา
หลักสูตรนี้จึงออกแบบให้พนักงาน ได้ค้นพบ Waste จากงานของตนเอง และร่วมกันคิดแนวทางแก้ไข เพื่อให้เกิดการปรับปรุงอย่างยั่งยืน
2. วัตถุประสงค์ของหลักสูตร (พร้อมตัวอย่างผลลัพธ์)
เพื่อให้ผู้เข้าอบรมสามารถ
1. อธิบายความหมายของ 7 Waste ได้อย่างถูกต้อง
เช่น แยกแยะได้ว่า “การรอเครื่อง” คือ Waiting ไม่ใช่ Motion
2.ระบุความสูญเปล่าที่เกิดขึ้นในงานจริงของตน
เช่น งานซ้ำซ้อนในเอกสาร = Overproces
3.วิเคราะห์สาเหตุของ Waste ได้อย่างเป็นระบบ
เช่น ทำไมถึงต้องเดินไกล → ผังพื้นที่ไม่เหมาะสม
4.เสนอแนวทางลด Waste ที่ทำได้จริง
เช่น จัดอุปกรณ์ใกล้จุดใช้งาน ลด Motion
5.มีจิตสำนึกในการปรับปรุงงานอย่างต่อเนื่อง
3. หลักสูตร 6 ชั่วโมง (พร้อมตัวอย่างชัดเจน)
ช่วงเช้า : เข้าใจ 7 Waste และมองเห็นปัญหา (09.00 – 12.00 น.)
หัวข้อที่ 1: แนวคิด Lean และความสูญเปล่า
เนื้อหา
   * ความแตกต่างระหว่าง “งานที่สร้างคุณค่า” และ “งานที่ไม่สร้างคุณค่า”
   * ทำไมองค์กรต้องลด Waste
ตัวอย่าง
   * การตรวจซ้ำ 3 รอบ แต่ไม่เพิ่มคุณภาพ → ไม่สร้างคุณค่า
   * การปรับเครื่องให้พร้อมก่อนผลิต → สร้างคุณค่า
หัวข้อที่ 2: ความสูญเปล่า 7 ประการ (7 Waste) พร้อมตัวอย่าง
   1. Overproduction – ผลิตมากเกินไป
      ตัวอย่าง: ผลิตสินค้าเผื่อ ทั้งที่ยังไม่มีคำสั่งซื้อ
   2.Waiting – การรอคอย
      ตัวอย่าง: รอหัวหน้าเซ็นเอกสาร / รอเครื่องจักร
   3.Transportation – การขนย้ายที่ไม่จำเป็น
      ตัวอย่าง: ย้ายชิ้นงานข้ามอาคารหลายครั้ง
  4.Overprocessing – ขั้นตอนเกินความจำเป็น
     ตัวอย่าง: กรอกข้อมูลซ้ำทั้งกระดาษและคอมพิวเตอร์
   5.Inventory – สต๊อกมากเกินไป
     ตัวอย่าง: วัตถุดิบค้างสต๊อกนานจนเสื่อมคุณภาพ
   6.Motion – การเคลื่อนไหวที่ไม่จำเป็น
     ตัวอย่าง: เดินหยิบเครื่องมือไกลจากจุดทำงาน
   7.Defect – ของเสีย/งานผิดพลาด
    ตัวอย่าง: งานผลิตผิดสเปก ต้องแก้ไขใหม่
Workshop ช่วงเช้า
Workshop 1: “ค้นหา 7 Waste จากงานของเรา”
วิธีทำ
    * แบ่งกลุ่มตามแผนก
    * ให้แต่ละกลุ่มเขียนงานที่ทำใน 1 วัน
    * วิเคราะห์ว่าแต่ละงานเข้าข่าย Waste ใด
ตัวอย่างผลลัพธ์
    * แผนกผลิต → Waiting, Motion
    * แผนกสำนักงาน → Overprocessing, Defect
ช่วงบ่าย : วิเคราะห์และออกแบบแนวทางแก้ไข (13.00 – 16.00 น.)
หัวข้อที่ 3: การวิเคราะห์สาเหตุของ Waste
เครื่องมือ
    * Why-Why Analysis
    * Fishbone Diagram
ตัวอย่าง
    * ปัญหา: รอของนาน
    * ทำไม? → ของมาไม่ตรงเวลา
    * ทำไม? → ไม่มีแผนสั่งล่วงหน้า
หัวข้อที่ 4: แนวทางลด Waste อย่างเป็นระบบ
หลักการ
    * ตัด – ลด – ปรับ – จัดใหม่
    * Kaizen จากเรื่องเล็กใกล้ตัว
ตัวอย่าง
    * ลด Motion → จัด Layout ใหม่
    * ลด Defect → ทำ Check Sheet ก่อนส่งงาน
Workshop ช่วงบ่าย
Workshop 2: “ออกแบบแผนลด Waste จากงานจริง”
กิจกรรม
    * เลือก Waste สำคัญ 1 เรื่อง
    * วิเคราะห์สาเหตุ
    * เสนอแนวทางแก้ไข
    * จัดทำ Action Plan
ตัวอย่าง
    * ปัญหา: เอกสารผิดพลาดบ่อย (Defect)
    * แนวทาง: ทำ Template กลาง
    * ผลที่คาดหวัง: ลดการแก้ไขงาน 30%
นำเสนอผลงานและสรุป
    * แต่ละกลุ่มนำเสนอ
    * วิทยากรให้ข้อเสนอแนะ
    * เชื่อมโยงสู่การนำไปใช้จริง
4. รูปแบบการบรรยาย
    * บรรยายเชิงโต้ตอบ
    * Workshop กลุ่มย่อย
    * ระดมสมองจากงานจริง
    * การนำเสนอและแลกเปลี่ยนความคิดเห็น
5. สิ่งที่ผู้เข้าอบรมจะได้รับ (พร้อมตัวอย่าง)
    * มองเห็น Waste รอบตัว
    * ได้แนวคิดแก้ปัญหาจากงานจริง
    * มี Action Plan กลับไปทดลองใช้
    * เกิดการทำงานเป็นทีม
6. ผลที่คาดว่าจะได้รับจากโครงการ
    * ลดความสูญเปล่าในกระบวนการทำงาน
    * เพิ่มประสิทธิภาพและความรวดเร็ว
    * ลดต้นทุนและข้อผิดพลาด
    * สร้างวัฒนธรรม Lean ในองค์กร

 

Visitors: 651,117