การป้องกันอันตรายจากสารเคมี

การป้องกันอันตราย
หลักการที่ 1 : แหล่งกำเนิดของสารเคมี (Source Control)
เป็นวิธีที่มีประสิทธิภาพสูงสุด
แนวคิดสำคัญ
ควบคุมหรือกำจัดอันตรายตั้งแต่ “ต้นตอ” ของสารเคมี ก่อนที่สารจะฟุ้งกระจายหรือสัมผัสผู้ปฏิบัติงาน
ถ้าคุมได้ที่แหล่งกำเนิด = ลดความเสี่ยงได้มากที่สุด
วิธีการป้องกันที่แหล่งกำเนิด (ตัวอย่างที่ใช้ได้จริงในโรงงาน)
      1. กำจัด (Elimination)
           - เลิกใช้สารเคมีที่ไม่จำเป็น
           - เปลี่ยนกระบวนการผลิตให้ไม่ต้องใช้สารอันตราย
      2. ทดแทน (Substitution)
           -  เปลี่ยนเป็นสารเคมีที่มีความเป็นพิษต่ำกว่า
           -  ใช้สารที่ไม่ระเหย ไม่ไวไฟ หรือไม่กัดกร่อน
      3. ออกแบบ/ปรับปรุงเครื่องจักร (Engineering Control)
           - ระบบปิด (Closed System) ป้องกันการรั่วไหล
           - ครอบเครื่องจักรหรือจุดผสมสาร
           - ระบบดูดไอสารเฉพาะจุด (Local Exhaust Ventilation)
      4. การจัดเก็บและขนถ่ายที่ปลอดภัย
          - ภาชนะปิดสนิท มีฉลากชัดเจน
          - ระบบเติม–ถ่ายสารแบบไม่เปิดฝา
          - แยกเก็บสารตามคุณสมบัติ (ไวไฟ / กัดกร่อน / เป็นพิษ)
      5. การบำรุงรักษาเชิงป้องกัน (PM)
          - ตรวจสอบท่อ วาล์ว ปั๊ม อย่างสม่ำเสมอ
          - ป้องกันการรั่ว ซึม แตก ก่อนเกิดอุบัติเหตุ
สรุปสั้นจำง่าย
       คุมที่ต้นทาง = ปลอดภัยที่สุด
       ลดการพึ่งพา PPE และลดความเสี่ยงได้ยั่งยืน

หลักการที่ 2 : การป้องกันทางผ่านของสารเคมี (Path Control)
แนวคิดสำคัญ
การควบคุม “เส้นทางการเคลื่อนที่” ของสารเคมี
ไม่ให้สารเคมีแพร่กระจายจากแหล่งกำเนิดไปถึงผู้ปฏิบัติงานหรือพื้นที่อื่น
ใช้เมื่อ ไม่สามารถควบคุมอันตรายได้หมดที่แหล่งกำเนิด
วิธีการป้องกันทางผ่านของสารเคมี (ตัวอย่างที่ใช้จริงในโรงงาน)
    1. การกั้น / แยก (Isolation & Barrier)
        - กั้นผนังหรือฉากกั้นบริเวณที่มีการใช้สารเคมี
       - แยกพื้นที่สารเคมีออกจากพื้นที่ทำงานทั่วไป
       - จำกัดการเข้าถึงเฉพาะผู้ที่เกี่ยวข้อง
   2. ระบบระบายอากาศและดูดไอสาร (Ventilation Control)
       - ระบบดูดไอสารเฉพาะจุด (Local Exhaust Ventilation: LEV)
       - ระบบระบายอากาศทั่วไป (General Ventilation)
       - ป้องกันการสะสมของไอระเหยหรือก๊าซอันตราย
     3. ระบบท่อและทางลำเลียงที่ปลอดภัย
        - ลำเลียงสารเคมีผ่านท่อปิด แทนการขนย้ายแบบเปิด
        - ป้องกันการรั่วซึม แตก หรือหกหล่นระหว่างทาง
        - มีรางรองรับหรือถาดกันสารหกรั่ว
     4. การควบคุมการแพร่กระจาย
        - ใช้ฝาปิด ครอบ หรือฮูดดูดไอ
       - ใช้ระบบแรงดันลบในพื้นที่เสี่ยง
       - ติดตั้งอุปกรณ์ตรวจจับการรั่วไหล
     5. การจัดผังโรงงาน (Layout Control)
       - วางเส้นทางเดินคนให้แยกจากเส้นทางสารเคมี
       - จัดทิศทางลมไม่ให้พัดผ่านผู้ปฏิบัติงาน
       - ลดการผ่านพื้นที่อันตรายโดยไม่จำเป็น
สรุปจำง่าย
          คุม “ทางผ่าน” ให้ดี = ลดโอกาสที่สารเคมีจะถึงคน
          เป็นด่านสำคัญถัดจากแหล่งกำเนิด ก่อนถึงตัวผู้ปฏิบัติงาน

 

การป้องกันอันตรายสารเคมี
หลักการที่ 3 : การป้องกันที่ผู้ปฏิบัติงาน (Receiver Control)
การทำงานที่เกี่ยวข้องกับสารเคมี แม้จะมีการควบคุมอันตรายที่ แหล่งกำเนิด (Source) และ ทางผ่าน (Path) แล้วก็ตาม ในทางปฏิบัติยังคงมีความเสี่ยงหลงเหลืออยู่เสมอ ดังนั้น การป้องกันที่ผู้ปฏิบัติงาน จึงเป็นมาตรการสำคัญลำดับสุดท้าย เพื่อป้องกันไม่ให้สารเคมีเข้าสู่ร่างกายหรือเพื่อลดความรุนแรงของผลกระทบเมื่อเกิดการสัมผัส
หลักการนี้เน้นที่ ตัวผู้ปฏิบัติงานเป็นศูนย์กลาง โดยมุ่งลดโอกาส ระยะเวลา และความรุนแรงของการได้รับสารเคมี
แนวคิดสำคัญของการป้องกันที่ผู้ปฏิบัติงาน
สารเคมีสามารถเข้าสู่ร่างกายของผู้ปฏิบัติงานได้หลายทาง ได้แก่
ทางการหายใจ (ไอระเหย ก๊าซ ฝุ่น ละออง)
ทางผิวหนังและดวงตา
ทางปาก จากการปนเปื้อนมือ อาหาร หรืออุปกรณ์
การป้องกันที่ผู้ปฏิบัติงานจึงมุ่ง ปิดกั้นช่องทางการรับสาร และ ลดการสัมผัสให้น้อยที่สุด
วิธีการป้องกันที่ผู้ปฏิบัติงาน
     1. การลดเวลาและความถี่ในการสัมผัสสารเคมี
        - จัดเวลาการทำงานให้สัมผัสสารเคมีน้อยที่สุด
        - สลับหมุนเวียนงาน (Job Rotation)
        - ใช้เครื่องจักรหรือระบบอัตโนมัติแทนการทำงานด้วยมือ
    2. การใช้อุปกรณ์คุ้มครองความปลอดภัยส่วนบุคคล (PPE)
        - หน้ากากป้องกันไอระเหย ก๊าซ หรือฝุ่นสารเคมี
        - แว่นตานิรภัย หรือกระบังหน้า (Face Shield)
        - ถุงมือ เสื้อผ้า และรองเท้าป้องกันสารเคมี
        - ต้องเลือก PPE ให้เหมาะสมกับชนิดของสารเคมี และใช้อย่างถูกต้อง
    3. การป้องกันการสัมผัสทางผิวหนังและดวงตา
       - สวมใส่อุปกรณ์ป้องกันให้ครบถ้วนก่อนเริ่มงาน
       - หลีกเลี่ยงการสัมผัสสารเคมีโดยตรง
       - ล้างมือ ล้างหน้า และทำความสะอาดร่างกายหลังเลิกงาน
    4. การดูแลสุขอนามัยส่วนบุคคล
       - แยกพื้นที่รับประทานอาหารออกจากพื้นที่ทำงานสารเคมี
       - ห้ามกิน ดื่ม หรือสูบบุหรี่ในพื้นที่ที่มีสารเคมี
       - จัดให้มีฝักบัวล้างสารเคมีและอ่างล้างตาฉุกเฉิน
    5. การฝึกอบรมและสร้างจิตสำนึกด้านความปลอดภัย
       - ให้ความรู้เกี่ยวกับอันตรายของสารเคมีและวิธีป้องกัน
       - ฝึกการใช้งาน PPE อย่างถูกต้อง
       - ซ้อมแผนฉุกเฉินกรณีสารเคมีหกรั่วไหลหรือเกิดการสัมผัส


ความสำคัญของการป้องกันที่ผู้ปฏิบัติงาน
การป้องกันที่ผู้ปฏิบัติงานถือเป็น ด่านสุดท้ายของการควบคุมอันตราย แม้จะไม่ใช่วิธีที่มีประสิทธิภาพสูงสุดเมื่อเทียบกับการควบคุมที่ต้นทาง แต่เป็นมาตรการที่จำเป็นอย่างยิ่ง โดยเฉพาะในงานที่ยังไม่สามารถหลีกเลี่ยงการใช้สารเคมีได้


สรุป
เมื่อไม่สามารถกำจัดอันตรายได้ทั้งหมด ต้องป้องกันที่ตัวผู้ปฏิบัติงานให้รัดกุมที่สุด

Visitors: 648,944