Safety week ราชการ

ความเป็นมาของการจัดงานสัปดาห์ความปลอดภัยในการทำงานแห่งชาติ

       เมื่อช่วงเดือนตุลาคม ปี พ.ศ.2528 ได้มีการหารือระหว่างหัวหน้าส่วนราชการเกี่ยวกับการพัฒนางานความปลอดภัยในการทำงาน ต่างเห็นพ้องต้องกันว่า นอกจากกฎหมาย การตรวจแรงงาน การศึกษาวิจัย การทดสอบวิเคราะห์ปัญหาสภาพแวดล้อมในการทำงาน และการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารแล้วสมควรจะมีกิจกรรมเสริมโดยการจัดงาน “สัปดาห์ความปลอดภัยในการทำงาน” ระดับประเทศเป็นประจำทุกปี เพื่อเป็นกิจกรรมรณรงค์ส่งเสริม ประชาสัมพันธ์ กระตุ้นจิตสำนึกให้เกิดความปลอดภัยในการทำงานในประเทศไทย อีกทั้งยังให้เป็นศูนย์กลางของกลุ่มบุคคลและองค์กรที่เกี่ยวข้อง ตั้งแต่นายจ้าง ลูกจ้าง ผู้บริหาร นักวิชาการ เจ้าหน้าที่ และประชาชนทั่วไป ให้มาพบปะแลกเปลี่ยนประสบการณ์ วิชาการ แนวคิด วิธีการแก้ไขปัญหา และเป็นแหล่งแสดงผลงานวิชาการด้านความปลอดภัยที่ประสบความสำเร็จในสถานประกอบการ เพื่อการเผยแพร่ให้ผู้ที่เกี่ยวข้องได้ตระหนักถึงความสำคัญของคนทำงาน ความเสียหายและความทุกข์ของคนที่ได้รับอันตรายจากการทำงาน รวมถึงความเสียหายจากทุกคนที่มีส่วนได้รับจากการนั้นด้วย

   

        วันที่ 18 ธันวาคม 2528 คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบให้จัดตั้งคณะกรรมการระดับชาติเพื่อจัดงานสัปดาห์ความปลอดภัยในการทำงาน อันประกอบด้วยผู้แทนจากส่วนราชการ องค์กรของรัฐและเอกชนเป็นกรรมการร่วมกัน และมีรองนายกรัฐมนตรีเป็นประธานกรรมการ กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานเป็นเลขานุการ

          ปี พ.ศ. 2529 ประเทศไทยได้มีการจัดสัปดาห์ความปลอดภัยในการทำงานแห่งชาติ ขึ้นเป็นครั้งแรกในระ หว่างวันที่ 1 - 3 มิถุนายน 2529 ในครั้งนั้นคณะกรรมการการจัดงานสัปดาห์ความปลอดภัยในการทำงานแห่งชาติ เสนอว่า เห็นเป็นการสมควรที่จะให้มีการจัดตั้งสมาคมเกี่ยวกับความปลอดภัยในการทำงานขึ้น และควรให้มีการจัดงานสัปดาห์ความปลอดภัยในการทำงานแห่งชาติต่อไปทุกปี โดยให้สมาคมที่จะจัดตั้งขึ้นนี้มีส่วนเข้าร่วมด้วยและมี กรมแรงงาน (ในขณะนั้น) เป็นผู้ประสานงาน

 

  


         ในวันที่ 20 มกราคม 2535 คณะรัฐมนตรีมีมติกำหนดให้วันที่ 1 – 5 กรกฎาคม ของทุกปีเป็นสัปดาห์ความปลอดภัยในการทำงานแห่งชาติ และให้จัดงานสัปดาห์ความปลอดภัยในการทำงานแห่งชาติ เป็นกิจกรรมรณรงค์ส่งเสริมความปลอดภัยในการทำงานในช่วงเวลาเดียวกัน


         26 สิงหาคม 2540 คณะรัฐมนตรีได้มีมติยกเลิกวันที่ 1-5 กรกฎาคม เป็นสัปดาห์ความปลอดภัยในการทำงานแห่งชาติ และให้วันที่ 10 พฤษภาคม เป็นวันความปลอดภัยในการทำงานแห่งชาติ ตามข้อเรียกร้องขององค์กรลูกจ้างกรณีเกิดเพลิงไหม้บริษัท เคเดอร์ อินดัสเตรียล (ไทยแลนด์) จำกัด ในวันที่ 10 พฤษภาคม 2536 ทำให้มีผู้เสียชีวิตจำนวน 188 คน และให้มีการจัดงานสัปดาห์ความปลอดภัยในการทำงานแห่งชาติ ในช่วงเวลาเดียวกัน การจัดงานจึงได้เริ่มจัดในช่วงเวลาคาบเกี่ยววันที่ 10 พฤษภาคม ตั้งแต่ครั้งที่ 12 (พ.ศ.2541) เป็นต้นมา

 

      กิจกรรมหลักในการจัดงานได้แก่ การสัมมนาวิชาการ การจัดนิทรรศการ การประกวดต่าง ๆ เช่นการประกวดสถานประกอบการดีเด่นด้านความปลอดภัยในการทำงาน การประกวดเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงานระดับวิชาชีพ ประกวดภาพถ่ายความไม่ปลอดภัยในการทำงาน เป็นต้น

คณะกรรมการส่งเสริมความปลอดภัย

คณะกรรมการประกอบด้วย ฝ่ายรัฐบาล

  • รองนายกรัฐมนตรี

  • รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน

  • ปลัดกระทรวงแรงงาน

  • ปลัดกรุงเทพมหานคร

  • ผู้อำนวยการสำนักงบประมาณ

  • เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา

  • เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม

  • อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ

  • อธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรม

  • อธิบดีกรมควบคุมโรค

  • อธิบดีกรมโยธาธิการและผังเมือง

  • อธิบดีกรมประชาสัมพันธ์

  • อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย

  • อธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน

  • รองอธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน

  • ผู้อำนวยการสถาบันความปลอดภัยในการทำงาน

  • ผู้อำนวยการกองตรวจความปลอดภัย

ฝ่ายลูกจ้าง

  • นายชัยพร จันทนา

  • นายสมศักดิ์ ดวงรัตน์

  • นายอนุวัฒน์ ธุมชัย

  • ฝ่ายนายจ้าง

  • นายจรินทร์ งาดีสงวนนาม

  • นายเดชบุญ มาประเสริฐ

  • นายธำรง คุโณปการ

ผู้ทรงคุณวุฒิ (ฝ่ายรัฐบาล)

  • นายกสมาคมส่งเสริมความปลอดภัยและอนามัยในการทำงาน(ประเทศไทย)

  • ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย

  • รศ.ดร.เฉลิมชัย ชัยกิตติภรณ์

  • นายพารณ อิศรเสนา ณ อยุธยา

อำนาจหน้าที่

  • กำหนดนโยบายการส่งเสริมคามปลอดภัยในการทำงานและอาชีวอนามัย

  • กำกับและอำนวยการเพื่อให้การรณรงค์ส่งเสริมความปลอดภัยในการทำงานและอาชีวอนามัยเป็นไปตามนโยบายรัฐบาล

  • รณรงค์สร้างวัฒนธรรมความปลอดภัยในการทำงานให้เกิดขึ้นในสังคมแรงงาน

  • จัดงานสัปดาห์ความปลอดภัยในการทำงาน

  • แต่งตั้งคณะอนุกรรมการหรือคณะทำงานเพื่อปฏิบัติงานเฉพาะกิจได้ตามความจำเป็น

ที่มาของข้อมูลhttp://www.shawpat.or.th/index.php?option=com_content&view=article&id=123

Visitors: 117,599