หัวข้อที่ 7 การประเมินท่าทางการทำงานแบบ REBA (Workshop)

หัวข้อที่ 7 การประเมินท่าทางการทำงานแบบ REBA (Workshop)

REBA หรือ Rapid Entire Body Assessment เป็นเครื่องมือหนึ่งสำหรับประเมินความเสี่ยงจากท่าทางการทำงานทั้งร่างกาย โดยควรเลือกใช้ให้เหมาะกับลักษณะงานร่วมกับข้อมูลความเสี่ยงด้านอื่น ๆ HSE

7.1 เข้าใจหลักการและขอบเขตการประเมิน

  • วัตถุประสงค์และข้อมูลที่ต้องใช้
  • การเลือกท่าทางที่เป็นตัวแทนของงานและท่าที่น่ากังวล โดยบันทึกเหตุผล
  • การใช้คะแนนเพื่อช่วยจัดลำดับปรับปรุงงาน ไม่ใช้วินิจฉัยโรคหรือยืนยันความปลอดภัยของงานทั้งหมด

7.2 ฝึกประเมินตามแบบฟอร์ม REBA

  • สังเกตคอ ลำตัว และขา
  • สังเกตต้นแขน แขนส่วนล่าง และข้อมือ
  • พิจารณาน้ำหนักหรือแรงที่ใช้ คุณภาพการจับยึด และลักษณะกิจกรรม
  • ฝึกเปิดตาราง รวมคะแนน และแปลผลตามแบบฟอร์มมาตรฐาน

7.3 ฝึกแปลผลและเสนอการปรับปรุง

  • ประเมินงานตัวอย่างร่วมกับวิทยากร
  • เปรียบเทียบเหตุผลในการให้คะแนนระหว่างกลุ่ม
  • เสนอวิธีปรับสถานีหรือวิธีทำงาน และฝึกประเมินซ้ำเมื่อมีการทดลองปรับจริง

ผลงานที่ต้องได้: แบบประเมิน REBA ที่กรอกครบ พร้อมข้อเสนอปรับปรุงอย่างน้อย 1 เรื่อง โดยวิทยากรตรวจทานความเข้าใจ

7.1 เข้าใจหลักการและขอบเขตการประเมิน

REBA เป็นเครื่องมือช่วยประเมินความเสี่ยงจากท่าทางการทำงานทั้งร่างกาย เพื่อค้นหาว่างานส่วนใดควรได้รับการปรับปรุง โดยพิจารณาท่าทางร่วมกับแรงที่ใช้ การจับยึด และลักษณะกิจกรรม ผู้ประเมินจึงต้องเข้าใจงานจริงก่อนให้คะแนน เพื่อให้ผลประเมินนำไปใช้แก้ไขปัญหาได้เหมาะสม

รู้วัตถุประสงค์และเตรียมข้อมูลให้พร้อม

ก่อนประเมิน ควรกำหนดให้ชัดว่าต้องการประเมินงานใดและขั้นตอนใด เช่น การยกกล่องขึ้นโต๊ะ การหยิบชิ้นงานจากเครื่องจักร หรือการประกอบชิ้นส่วน จากนั้นสังเกตการทำงานจริงและสอบถามผู้ปฏิบัติงานเกี่ยวกับวิธีทำงาน จุดที่ทำยาก และช่วงที่เริ่มรู้สึกเมื่อยล้า

ข้อมูลที่ควรเตรียม ได้แก่ ท่าทางของร่างกาย น้ำหนักหรือแรงที่ใช้ ลักษณะการจับชิ้นงาน ความถี่ และระยะเวลาที่ทำงาน หากใช้ภาพถ่ายหรือคลิปประกอบ ควรเห็นส่วนต่าง ๆ ของร่างกายชัดเจน และบันทึกสภาพงานขณะนั้นไว้ด้วย เพราะภาพเพียงภาพเดียวอาจไม่แสดงสิ่งที่เกิดขึ้นตลอดรอบงาน

เลือกท่าทางให้สะท้อนงานจริง พร้อมบันทึกเหตุผล

งานหนึ่งงานมักมีหลายท่าทาง เช่น หยิบ ยก เคลื่อนย้าย และวาง จึงควรสังเกตให้ครบรอบงานก่อนเลือกท่าที่จะประเมิน โดยพิจารณาทั้ง ท่าที่เป็นตัวแทนของงาน และ ท่าที่น่ากังวล เช่น ท่าที่เกิดบ่อย ท่าที่ค้างนาน หรือท่าที่ต้องก้ม บิดตัว เอื้อม และออกแรงมาก หากมีหลายท่าที่สำคัญ ควรแยกประเมินและบันทึกให้ชัดเจน

ตัวอย่างเช่น ในงานบรรจุสินค้า พนักงานอาจยืนทำงานหน้าโต๊ะเป็นส่วนใหญ่ แต่ต้องก้มและบิดตัวหยิบกล่องจากพื้นเป็นระยะ ผู้ประเมินควรพิจารณาทั้งสองช่วง พร้อมบันทึกเหตุผล เช่น “เลือกท่าหยิบกล่องจากพื้น เพราะต้องก้มและบิดตัวซ้ำในแต่ละรอบงาน”

การบันทึกเหตุผลช่วยให้ผู้ประเมินแต่ละกลุ่มเข้าใจตรงกัน และกลับมาตรวจสอบหรือเปรียบเทียบหลังปรับปรุงงานได้

ใช้คะแนนเพื่อวางแผนปรับปรุงงาน

คะแนน REBA ใช้ช่วยพิจารณาระดับความเสี่ยงและความเร่งด่วนในการปรับปรุงงาน โดยต้องแปลผลตามแบบฟอร์ม และพิจารณาร่วมกับข้อมูลหน้างาน เช่น ความถี่ ระยะเวลาสัมผัสปัจจัยเสี่ยง และข้อร้องเรียนของพนักงาน

คะแนน REBA ไม่ใช่ผลวินิจฉัยโรค และไม่ใช่คำยืนยันว่างานทั้งหมดปลอดภัย คะแนนจากท่าหนึ่งสะท้อนเฉพาะท่าทางและเงื่อนไขที่นำมาประเมิน จึงไม่ควรใช้คะแนนต่ำจากภาพเดียวสรุปว่างานทั้งกะไม่มีความเสี่ยง หรือใช้คะแนนสูงสรุปว่าพนักงานเกิดการบาดเจ็บแล้ว

ในการฝึกปฏิบัติ ผู้เข้าอบรมควรอธิบายให้ได้ว่า ประเมินงานอะไร เลือกท่าใด เพราะเหตุใด และยังต้องเก็บข้อมูลอะไรเพิ่มเติม เพื่อให้การให้คะแนนมีเหตุผลและนำไปสู่การปรับงานที่เหมาะสมกับผู้ปฏิบัติงานจริง

7.2 ฝึกประเมินตามแบบฟอร์ม REBA

การฝึกประเมิน REBA เป็นการเรียนรู้วิธีสังเกตท่าทางการทำงานอย่างเป็นขั้นตอน แล้วนำข้อมูลไปให้คะแนนตามแบบฟอร์ม ผู้เข้าอบรมควรฝึกจากงานตัวอย่างร่วมกับวิทยากร โดย ให้คะแนนจากสิ่งที่สังเกตได้จริง และอธิบายเหตุผลประกอบได้

ก่อนเริ่ม ควรระบุงาน ขั้นตอน และท่าที่จะประเมินให้ชัดเจน เช่น “ท่าหยิบกล่องจากพื้นเพื่อวางบนโต๊ะบรรจุ” พร้อมเตรียมภาพหรือคลิปที่เห็นร่างกายชัดเจน และข้อมูลเกี่ยวกับแรงที่ใช้และลักษณะการทำงาน

1. สังเกตคอ ลำตัว และขา

เริ่มจากดูว่าคนทำงานอยู่ในท่าทางอย่างไร คอก้มหรือเงย มีการเอียงหรือหันคอหรือไม่ ลำตัวก้ม บิด หรือเอียงไปด้านข้างหรือไม่ ส่วนขาให้สังเกตการยืน การลงน้ำหนัก และการงอเข่า จากนั้นเทียบกับเกณฑ์ในแบบฟอร์มเพื่อเลือกคะแนนและคะแนนปรับเพิ่มที่เกี่ยวข้อง

ตัวอย่างเช่น พนักงานหยิบกล่องที่วางข้างตัวบนพื้น อาจต้องก้มลำตัวพร้อมบิดหลัง ผู้ประเมินจึงต้องสังเกตทั้งการก้มและการบิด ไม่พิจารณาเฉพาะว่าหลังตรงหรือไม่เท่านั้น

2. สังเกตต้นแขน แขนส่วนล่าง และข้อมือ

ต่อมาให้ดูตำแหน่งแขนขณะทำงาน ต้นแขนยกออกจากลำตัวมากเพียงใด มีการยกไหล่หรือไม่ แขนส่วนล่างงออยู่ในลักษณะใด และข้อมืองอ เอียง หรือบิดหรือไม่ โดยตรวจสอบเงื่อนไขเพิ่มเติมตามแบบฟอร์มด้วย

ตัวอย่างเช่น การหยิบวัสดุจากชั้นที่สูงและไกล อาจทำให้ต้องยกต้นแขนและงอข้อมือเพื่อจับวัสดุ ผู้ประเมินควรเลือกมุมมองที่เห็นส่วนเหล่านี้ชัดเจน หากภาพถูกบัง ควรเก็บข้อมูลเพิ่มก่อนตัดสินคะแนน

3. พิจารณาแรง การจับยึด และลักษณะกิจกรรม

ท่าทางเพียงอย่างเดียวยังไม่เพียงพอ ต้องพิจารณาปัจจัยร่วมตามแบบฟอร์ม ได้แก่

  • น้ำหนักหรือแรงที่ใช้: ตรวจสอบน้ำหนักชิ้นงานหรือแรงที่ต้องออก รวมถึงลักษณะการออกแรงที่เกี่ยวข้อง ไม่เดาจากขนาดของสิ่งของเพียงอย่างเดียว
  • คุณภาพการจับยึด: พิจารณาว่ามีด้ามจับหรือจุดจับที่เหมาะสมหรือไม่ จับได้มั่นคงและสะดวกเพียงใด เช่น กล่องที่ไม่มีช่องจับอาจจับได้ยากกว่ากล่องที่มีจุดจับเหมาะสม
  • ลักษณะกิจกรรม: สังเกตการค้างท่า การทำซ้ำ และการเปลี่ยนท่าที่รวดเร็วหรือไม่มั่นคง โดยใช้เกณฑ์ที่ระบุในแบบฟอร์ม

ควรบันทึกข้อมูลเหล่านี้ควบคู่กับภาพท่าทาง เพราะภาพนิ่งอาจไม่แสดงความถี่ ระยะเวลาค้างท่า หรือแรงที่ใช้จริง

4. ฝึกเปิดตาราง รวมคะแนน และแปลผล

เมื่อได้ข้อมูลครบ ให้เลือกคะแนนของแต่ละส่วน แล้วเปิดตารางตามลำดับในแบบฟอร์ม REBA โดยนำคะแนนกลุ่มคอ ลำตัว และขาไปพิจารณาร่วมกับแรงหรือน้ำหนัก ส่วนคะแนนกลุ่มแขนและข้อมือให้พิจารณาร่วมกับคุณภาพการจับยึด จากนั้นใช้ตารางรวมคะแนนและพิจารณาคะแนนกิจกรรมตามขั้นตอนที่กำหนด

ไม่ควรนำคะแนนทุกช่องมาบวกกันโดยตรง เพราะ REBA มีลำดับการเปิดตารางและการรวมคะแนนเฉพาะ ผู้เข้าอบรมจึงควรฝึกทำทีละขั้น และให้วิทยากรตรวจสอบก่อนแปลผลระดับความเสี่ยงและความเร่งด่วนในการปรับปรุงงาน

ในการฝึก แต่ละกลุ่มควรส่งแบบประเมินที่กรอกครบ พร้อมภาพท่าที่เลือก ข้อมูลประกอบ และเหตุผลในการให้คะแนน หากข้อมูลส่วนใดยังไม่ชัดเจน ให้ระบุสิ่งที่ต้องตรวจสอบเพิ่มเติม เพื่อให้ผลประเมินนำไปใช้ปรับปรุงงานได้อย่างเหมาะสม

7.3 ฝึกแปลผลและเสนอการปรับปรุง

การประเมิน REBA จะเกิดประโยชน์เมื่อผู้ประเมินนำผลมาพิจารณาว่า งานมีจุดเสี่ยงตรงไหน ควรปรับอะไร และหลังปรับแล้วดีขึ้นหรือไม่ การฝึกหัวข้อนี้จึงให้ผู้เข้าอบรมเรียนรู้ร่วมกับวิทยากร ตั้งแต่ตรวจสอบเหตุผลในการให้คะแนน ไปจนถึงเสนอและทดลองปรับปรุงงาน

ประเมินงานตัวอย่างร่วมกับวิทยากร

เริ่มจากดูภาพ คลิป หรือสถานีทำงานตัวอย่างเดียวกัน เช่น งานยกกล่องขึ้นโต๊ะบรรจุสินค้า ให้แต่ละกลุ่มระบุท่าที่เลือกประเมิน พร้อมบันทึกข้อมูลที่เกี่ยวข้อง แล้วฝึกให้คะแนนและแปลผลตามแบบฟอร์ม REBA

วิทยากรช่วยตรวจสอบว่า ผู้เข้าอบรมสังเกตส่วนต่าง ๆ ของร่างกายครบหรือไม่ ใช้ข้อมูลแรงและการจับยึดเหมาะสมหรือไม่ และเปิดตารางถูกต้องหรือไม่ หากข้อมูลไม่ชัดเจน ควรระบุสิ่งที่ต้องตรวจสอบเพิ่มเติม แทนการเดาคะแนน

เปรียบเทียบเหตุผลในการให้คะแนนระหว่างกลุ่ม

เมื่อแต่ละกลุ่มประเมินเสร็จ ให้ร่วมกันอธิบายว่าเลือกท่าใดและให้คะแนนเพราะเหตุใด หากคะแนนต่างกัน ควรย้อนดูข้อมูลและเกณฑ์ในแบบฟอร์ม เช่น กลุ่มหนึ่งเลือกช่วงหยิบกล่องจากพื้น แต่อีกกลุ่มเลือกช่วงวางกล่องบนโต๊ะ จึงอาจได้ผลต่างกันเพราะประเมินคนละช่วงของงาน

หากประเมินท่าเดียวกันแต่ได้คะแนนต่างกัน ให้ตรวจสอบจุดที่เห็นไม่ตรงกันร่วมกับวิทยากร เช่น ระดับการก้มลำตัว การยกแขน หรือคุณภาพการจับกล่อง ไม่ควรเฉลี่ยคะแนนของแต่ละกลุ่มเพื่อหาข้อยุติ แต่ควรหาข้อสรุปจากสิ่งที่สังเกตได้และเกณฑ์การให้คะแนน

เสนอการปรับสถานีหรือวิธีทำงาน

หลังแปลผล ให้แต่ละกลุ่มเลือกจุดเสี่ยงที่ควรปรับปรุง พร้อมเสนอวิธีแก้ที่ตรงกับสาเหตุของงาน เช่น หากต้องก้มและบิดตัวหยิบกล่องจากพื้น อาจเสนอให้ย้ายกล่องมาไว้ด้านหน้าในระดับที่เหมาะสม หากต้องเอื้อมไกล อาจจัดวัสดุที่ใช้บ่อยให้ใกล้ตัว หรือหากต้องออกแรงยกมาก อาจพิจารณาใช้อุปกรณ์ช่วย

ข้อเสนอควรระบุให้ชัดว่า จะปรับอะไร ช่วยลดปัจจัยเสี่ยงใด และใครต้องร่วมดำเนินการ โดยให้พนักงานผู้ใช้งานจริงมีส่วนร่วมพิจารณาด้วย

ทดลองปรับจริงและประเมินซ้ำ

เมื่อทดลองปรับแล้ว ให้สังเกตการทำงานจริงอีกครั้ง และประเมินซ้ำโดยบันทึกเงื่อนไขก่อนและหลังให้เปรียบเทียบกันได้ ตรวจสอบทั้งท่าที่แก้ไขและท่าอื่นที่อาจเปลี่ยนไป พร้อมสอบถามพนักงานว่าทำงานสะดวกขึ้นหรือไม่ และมีปัญหาใหม่เกิดขึ้นหรือไม่

ตัวอย่างเช่น หลังย้ายกล่องจากพื้นขึ้นชั้นด้านหน้า พนักงานอาจก้มน้อยลง แต่หากชั้นสูงเกินไปจนต้องยกแขน ก็ยังต้องปรับระดับเพิ่มเติม การติดตามจึงต้องดูทั้งผลคะแนนและสภาพการทำงานจริงร่วมกัน

ผลงานจากกิจกรรมนี้ คือ แบบประเมินที่มีเหตุผลประกอบ ข้อเสนอปรับปรุงอย่างน้อย 1 เรื่อง และผลประเมินซ้ำหากมีการทดลองปรับจริง โดยวิทยากรตรวจทานความเข้าใจก่อนนำไปใช้ต่อในหน้างาน

Visitors: 699,671